โครงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์วลัยลักษณ์ ต่อยอดคาร์บอนเครดิต เพื่อความมั่งคั่งของชุมชนอย่างยั่งยืน
การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนนับเป็นหัวใจสำคัญของการมุ่งหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ของประเทศ
ฉะนั้น โครงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์วลัยลักษณ์ ต่อยอดคาร์บอนเครดิต เพื่อความมั่งคั่งของชุมชน จึงเป็นแนวทางระหว่างมหาวิทยาลัยและความร่วมมือของชุมชนในการช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์และนำไปขายเป็นคาร์บอนเครดิต อันเป็นทางเลือกสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับชุมชน พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน โครงการดังกล่าวนี้จึงนี้มีความท้าทายหลายด้านทั้งเชิงเทคนิค สังคมและสิทธิชุมชน ที่ต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
องค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ
1.ความมั่นคงด้านพื้นที่และสิทธิในการบริหารจัดการที่ดิน เพราะการมีเอกสารสิทธิหรือการรับรองสิทธิที่มั่นคงจากภาครัฐจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ Carbon Credit และกระตุ้นให้ชุมชนลงทุนลงแรงในการดูแลรักษาป่าในระยะยาวโดยการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2.แผนการจัดการป่าที่ชัดเจนและยืดหยุ่น ที่ไม่เพียงแต่ระบุว่าจะใช้พื้นที่ทำอะไร อย่างไร แต่ยังต้องครอบคลุมถึงการบำรุงรักษา การป้องกันการบุกรุกและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืน แผนนี้ควรได้รับการทบทวนและปรับปรุงเป็นระยะ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและบริบททางสังคม
3. ระบบการติดตามและรายงานผล (Monitoring, Reporting, Verification – MRV) เพื่อความมั่นใจว่าจะได้มาซึ่งคาร์บอนเครดิตในปริมาณที่แน่นอน ชัดเจน และเพื่อการวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ชุมชนอย่างสม่ำเสมอและโปร่งใส ทั้งนี้ ชุมชนอาจไม่จำเป็นต้องทำเองทั้งหมด แต่ควรมีส่วนร่วมและเข้าใจในกระบวนการ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัยซึ่งมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ
4. การสร้างขีดความสามารถและองค์ความรู้ให้ชุมชนในพื้นที่ โดยการอบรมและให้ความรู้แก่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
5 สร้างกลไกการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เป็นธรรมจากการขายคาร์บอนเครดิต ที่ควรถูกจัดสรรอย่างยุติธรรมและโปร่งใสภายในชุมชน โดยอาจแบ่งเป็นทุนสำหรับกิจกรรมเกี่ยวกับทรัพยากรฯ ทุนสวัสดิการชุมชนหรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ การมีกลไกที่ชัดเจนจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนร่วมมือกันดูแลทรัพยากรฯ ในพื้นที่ชุมชนของตน
6. การสร้างเครือข่ายและความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ จะช่วยให้ชุมชนเข้าถึงแหล่งเงินทุน เทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่จำเป็น การสร้างเครือข่ายกับภายนอกจะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้จากโครงการอื่นๆ ที่ใกล้เคียงกัน
การดำเนินโครงการดังกล่าว ต้องอาศัยความเข้าใจ การมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่และความมุ่งมั่นของชุมชนในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน แน่นอนว่า ความท้าทายในการดำเนินงาน คือ จะทำอย่างไรให้เกิดการส่งต่อความรู้ ความเข้าใจและความรับผิดชอบจากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงการสร้างแรงจูงใจที่เพียงพอเพื่อให้ชุมชนยังคงเห็นคุณค่าและประโยชน์จากการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว แม้ว่าผลตอบแทนความมั่งคั่งจากคาร์บอนเครดิตอาจไม่ได้เกิดขึ้นในทันที
ผู้ช่วยศาสตราจารย์จินตนา อุณหะไวทยะ
กิจกรรมปฐมนิเทศโครงการวิชาการรับใช้สังคมเพื่อตอบโจทย์ SDGs
26 กุมภาพันธ์ 2569 ห้องประชุมหัวตะพาน
#ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลท่าศาลา #คาร์บอนเครดิตท่าศาลา #สำนักวิชานิติศาสตร์ #มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์